ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    ผลตามมาในเชิงกฎหมาย จากเหตุดาวเทียมชนกันในอวกาศ


ข่าวใหญ่เกี่ยวของกับอวกาศเมื่อเร็วๆ นี้เป็นเหตุการณ์ที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่เป็นเหตุการณ์ที่จะสามารถพบได้บ่อยขึ้นในอนาคต นั่นคือข่าวการชนกันของดาวเทียมคอสมอส 2251 (Cosmos 2251) กับดาวเทียมอิริเดียม 33 (Iridium 33) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลาประมาณ 23:55:58 วินาที ตามเวลาประเทศไทย โดยเกิดการชนกันที่เส้นรุ้ง 72.5° เหนือ เส้นแวงที่ 97.7° ตะวันออก ความสูง 788.8 กิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเลบริเวณเหนือไซบีเรียของรัสเซียเกือบเข้าสู่บริเวณของแอนตาร์กติ

ที่มา ภาพจากโปรแกรมติดตามดาวเทียม (รศ.ดร. สุเจตน์ จันทรังษ์)

จากในรูปดาวเทียม COSMOS 2251 กำลังโคจรลงด้านล่าง ไปทางขวาของรูป โดยความสูงก็กำลังลดลงเนื่องจากความเป็นวงรีของวงโคจร ในขณะเดียวกันดาวเทียมอิริเดียมก็โคจรขึ้นและไปทางด้านขวาตามเส้นสีเขียว ความสูงกำลังเพิ่มขึ้น ดาวเทียมทั้งสองชนกันที่ตำแหน่งดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายซึ่งคาดได้ว่าจะทำให้ดาวเทียมทั้งสองเสียหายอย่างมาก เพราะดาวเทียมทั้งสองมีความเร็วประมาณ 7.46 กิโลเมตรต่อวินาทีและชนกันในลักษณะเกือบตรงกัน การชนลักษณะนี้อาจทำให้เกิดการแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจำนวนมาก และความเร็วของชิ้นส่วนที่แตกออกส่วนใหญ่จะลดลง ทำให้ลดระดับความสูงลงมา รวมถึงการตกลงสู่ผิวโลกเป็นจำนวนมากและจะเกิดการเผาไหม้ก่อนตกถึงผิวโลกเพราะดาวเทียมเองก็มีขนาดไม่ใหญ่มากดังแสดงในคุณสมบัติของดาวเทียม(ส่วนท้ายของข่าว)

ดาวเทียมอิริเดียม
ที่มา http://media.skyandtelescope.com/images/iridium_satelite_l.jpg

สำหรับชิ้นส่วนนั้นเมื่อแตกออกก็น่าจะมีขนาดเล็กลงมาก ในส่วนของชิ้นส่วนที่ความเร็วไม่เปลี่ยนแปลงแต่เปลี่ยนทิศทางนั้นอาจจะมีโอกาสทำความเสียหายให้ดาวเทียมที่อยู่ในระดับความสูงดังกล่าวได้มากขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะฝูงดาวเทียมอิริเดียมที่เหลืออีก 65 ดวงที่อยู่ในชั้นความสูงเดียวกัน

นอกจากนี้บางชิ้นส่วนอาจมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของความเร็วและทิศทาง ทำให้วงโคจรลดหรือเพิ่มระดับความสูงไปจากเดิม หรือเป็นการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของทิศทางโดยไม่เปลี่ยนแปลงความเร็วก็ได้

การชนกันของดาวเทียมประเภทวงโคจรต่ำนี้มักเกิดในบริเวณใกล้ขั้วโลก เนื่องจากดาวเทียมประเภทนี้มักมีวงโคจรแบบผ่านขั้วโลกเหนือ-ใต้ หรือทำมุมเอียงกับระนาบศูนย์สูตรมากๆ (ดาวเทียมคอสมอสและอิริเดียมมีระนาบการโคจรเอียง 74.04 และ 86.39 องศาตามลำดับ) จึงทำให้บริเวณขั้วโลกที่มีพื้นที่น้อยแต่มีความหนาแน่นของการโคจรผ่านของดาวเทียมสูง ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดการชนกันของดาวเทียมจึงมีมาก

ผลตามมาในเชิงกฎหมาย จากเหตุดาวเทียมชนกันในอวกาศ หากดูเรื่องของความรับผิดต่อกรณีที่เกิดขึ้นแล้ว กฎหมายอวกาศที่เกี่ยวข้องคือ อนุสัญญาความรับผิดระหว่างประเทศต่อความเสียหายอันเนื่องจากวัตถุอวกาศ ได้ระบุไว้ในมาตรา 3 ว่า “ในกรณีที่เกิดความเสียหายขึ้นในที่ใดๆ นอกจากบนผิวโลกกับวัตถุอวกาศของรัฐผู้ส่งหนึ่งหรือบุคคลหรือทรัพย์สินที่ไปกับวัตถุอวกาศโดยวัตถุอวกาศของรัฐผู้ส่งอื่น รัฐหลังนี้จะต้องรับผิดก็เฉพาะเมื่อความเสียหายนั้นเกิดจากความผิดของตนหรือความผิดของบุคคลที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน” ซึ่งดาวเทียมทั้งสองโคจรอยู่ในวงโคจรตามปกติ เมื่อเกิดการชนกันขึ้นโดยไม่ได้เป็นความผิดของรัฐผู้เป็นเจ้าของดาวเทียม รัฐผู้เป็นเจ้าของดาวเทียมจึงไม่ต้องรับผิดชอบต่อดาวเทียมอีกดวงหนึ่งที่ถูกชน

ดาวเทียมคอสมอสเป็นของกลุ่มประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตรัสเซีย ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1993 โดยเป็นวัตถุชิ้นที่ 36 ที่มนุษย์ส่งขึ้นไปในปีดังกล่าว ดาวเทียมคอสมอสน้ำหนัก 900 กิโลกรัม ใช้เพื่อการสื่อสารถูกส่งจากฐานยิงในเมือง PLESETSK ประเทศรัสเซีย วงโคจรมีระนาบเอียง 74.04 องศา ระยะใกล้และไกลโลกที่สุดคือ 767 และ 803 กิโลเมตรตามลำดับ

กลุ่มดาวเทียมอิริเดียม
ที่มา http://personal.ee.surrey.ac.uk/Personal/L.Wood/constellations/SaVi/iridium-66.png

ดาวเทียมอิริเดียม 33 เป็นดาวเทียมสื่อสารในฝูงดาวเทียมทั้งหมด 66 ดวงของสหรัฐอเมริกาเพื่อให้บริการโทรศัพท์ผ่านดาวเทียม ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 14 กันยายน 1997 เป็นวัตถุชิ้นที่ 51 ที่มนุษย์ส่งขึ้นไปในปีดังกล่าว ดาวเทียมอิริเดียม 33 น้ำหนัก 689 กิโลกรัม ใช้เพื่อการสื่อสารถูกส่งจากฐานยิง TYURATAM เมือง Baikonur ประเทศคาซัคสถาน วงโคจรมีระนาบเอียง 86.39 องศา ระยะใกล้และไกลโลกที่สุดคือ 776 และ 791 กิโลเมตรตามลำดับ

ข่าววันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2552

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: space@mict.go.th