ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    ดาวเทียมสหรัฐอเมริกาชนกับดาวเทียมรัสเซีย


เหตุการณ์ในวันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 ที่ผ่านมา ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของวงการอวกาศที่เกิดการชนกันระหว่างดาวเทียมสองดวงในอวกาศ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ณ เวลา 16:56:00 UTC (หรือ 11:56:00 นาฬิกา ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา) เมื่อดาวเทียมสื่อสารของสหรัฐอเมริกา ชื่อ "อิริเดียม 33 (IRIDIUM 33, NORAD ID 24946) " และดาวเทียมสื่อสารของรัสเซีย ชื่อ "คอสมอส 2251 (COSMOS 2251, NORAD ID 22675)" พุ่งเข้าชนกัน ณ ตำแหน่ง ละติจูด 72° 30' 04'' (“ ° ” แสดงองศา , “ ' ” แสดงลิปดา และ “ '' ” แสดงพิลิปดา) และ ลองจิจูด 97° 52' 46'' ที่ความสูงประมาณ 788.68 กิโลเมตรจากพื้นโลกเหนือน่านฟ้าของไซบีเรีย ทั้งนี้ในขณะที่ดาวเทียมทั้งสองเคลื่อนที่เข้าชนกันนั้นมีความเร็วประมาณ 7 กิโลเมตรต่อวินาที

ภาพจำลองการเคลื่อนที่ของ ดาวเทียมคอสมอส 2251 (ในวงกลม เคลื่อนที่จากทิศตะวันตกไปยังทิศตะวันออก)
และดาวเทียมอิริเดียม 33 (เคลื่อนที่จากทิศใต้ไปยังทิศเหนือ)
ที่มา http://www.n2yo.com/collision-between-two-satellites.php

ภาพจำลองขณะเกิดการชนกันระหว่าง ดาวเทียมคอสมอส 2251 และดาวเทียมอิริเดียม 33
ที่มา http://www.n2yo.com/collision-between-two-satellites.php

ดาวเทียมอิริเดียม 33 ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 560 กิโลกรัมถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 1997 และยังคงให้บริการด้านการสื่อสารอยู่ ในขณะที่ดาวเทียมคอสมอส 2251 ของรัสเซียซึ่งมีน้ำหนักเกือบหนึ่งตันถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 1993 และเชื่อว่า ณ ปัจจุบันนี้ ไม่ได้ปฏิบัติภารกิจใดๆ ซึ่งก็คือไม่ได้ถูกควบคุมดูแลโดยสถานีภาคพื้นดิน

ภาพวาดดาวเทียมอิริเดียม
ที่มา http://www.myfoxny.com/dpp/news/dpg_NASA_Eyes_Satellite_Collision_Debris

การชนกันในครั้งนี้ได้ถูกสังเกตการณ์โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐอเมริกาที่ชื่อว่า U.S. Defense Department's Space Surveillance Network (สามารถตรวจจับขยะอวกาศได้ตั้งแต่ขนาด 4 นิ้ว หรือ 10 เซนติเมตรขึ้นไป) ซึ่งได้ตรวจพบกลุ่มเมฆขยะอวกาศขนาดใหญ่ 2 กลุ่มเกิดขึ้นหลังจากการชนกัน ทั้งนี้สาเหตุของการชนกันในครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์กำลังเฝ้าดูกลุ่มขยะอวกาศดังกล่าวอย่างใกล้ชิด

นักวิทยาศาสตร์ทางด้านขยะอวกาศกล่าวว่าจำนวนชิ้นของขยะอวกาศที่เกิดจากการชนกันในครั้งนี้น่าจะมีจำนวนเป็นร้อยชิ้น และสำหรับชิ้นที่มีขนาดเล็กมากระดับไมครอน (ไมโครเมตร) นั้นอาจจะมีจำนวนถึงนับพันชิ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ผู้นี้กล่าวว่า เราจำเป็นที่จะต้องรอระยะเวลาสักพักหนึ่งก่อน เพื่อให้เศษชิ้นส่วนที่ชนกันนั้นกระจายตัวออกเพื่อที่เราจะนับจำนวนชิ้นได้อย่างแม่นยำ

จากการวิเคราะห์ในเบื้องต้นโดยนาซา (NASA) และหน่วยงานอวกาศพลเรือนของรัสเซีย (Russian civilian space agency Roscosmos) ทั้งสองหน่วยงานต่างยืนยันว่าความเสี่ยงของสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS : International Space Station) ที่จะถูกกลุ่มขยะอวกาศดังกล่าวพุ่งเข้าชนนั้นมีน้อยมาก เนื่องจากสถานีอวกาศนานาชาติโคจรอยู่ที่ความสูงประมาณ 350 กิโลเมตร ซึ่งต่ำกว่าระดับความสูงที่เกิดการชนกันกว่า 430 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ขยะอวกาศที่เกิดจาการชนกันอาจจะแผ่กระจาย และอาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะคุกคามต่อสถานีอวกาศนานาชาติในอนาคต ซึ่งประเด็นดังกล่าว โฆษกของนาซาได้แถลงว่า ถ้ามีความเสี่ยงที่สูงเพิ่มขึ้นในอนาคต นาซาก็จะทำการเคลื่อนย้ายตำแหน่งสถานีอวกาศไปอยู่ ณ จุดอื่น

ภาพวาดวัตถุอวกาศในวงโคจรต่ำ เผยแพร่โดยองค์การอวกาศแห่งสหภาพยุโรป
ที่มา http://www.nydailynews.com/news/us_world/2009/02/12/

นอกจากนี้ ภารกิจของกระสวยอวกาศที่จะเดินทางขึ้นสู่อวกาศพร้อมนักบินอวกาศ 7 คน ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์นี้ ก็มีความเสี่ยงไม่มาก แต่ก็จะมีการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องจนถึงกำหนดวันยิง อย่างไรก็ตาม ที่นักวิทยาศาสตร์มีความกังวลมากได้แก่ กล้องโทรทรรศน์ฮับเบิล (วงโคจร 560 กิโลเมตร) และดาวเทียมสำรวจโลก ซึ่งมีวงโคจรอยู่ในระดับความสูงใกล้กับกลุ่มขยะอวกาศ

ในอดีตที่ผ่านมานั้น มีอยู่ 4 ครั้งที่วัตถุอวกาศเกิดการชนกันในอวกาศ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ทั้ง 4 ครั้งดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายแก่ตัวดาวเทียมมากนัก ซึ่งจากปริมาณจำนวนดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นมากในวงโคจรต่ำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมไปถึงดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งาน มีผลทำให้จำนวนขยะอวกาศเพิ่มมากขึ้น และส่งผลต่อความปลอดภัยของภารกิจกระสวยอวกาศและนักบินอวกาศที่เดินทางไปสู่อวกาศและกลับสู่พื้นโลก ทำให้นาซาจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบกับหน่วยงาน U.S. Defense Department's Space Surveillance Network เพื่อทำให้สถานีอวกาศนานาชาติปลอดภัยจากกลุ่มขยะอวกาศ ทั้งนี้การชนกันในอวกาศได้กลายเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากขึ้นในช่วงสิบปีข้างหน้า

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข่าววันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2552

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: space@mict.go.th