ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    นาซาส่งกล้องโทรทรรศน์ตรวจวัดรังสีแกมมาขึ้นสู่อวกาศ


องค์การบริหารการบินและอวกาศของสหรัฐอเมริกา หรือ นาซา ได้ทำการปล่อยจรวด Delta II ณ ฐานทัพอากาศ แหลมคานาเวรอล รัฐฟลอริดา เพื่อส่งกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่สำหรับตรวจวัดรังสีแกมม่า (Gamma Ray Large Area Space Telescope : GLAST) ขึ้นสู่อวกาศ เมื่อวันพุธที่ 11 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา โดยกล้องโทรทรรศน์ดังกล่าวมีมูลค่าถึง 23,000 ล้านบาท

กล้องโทรทรรศน์ GLAST
ที่มา : http://www.nrao.edu/pr/2007/glast/

เจ้าหน้าที่ของนาซากล่าวว่า กล้องโทรทรรศน์ GLAST จะโคจรในระดับความสูงประมาณ 565 กิโลเมตรจากพื้นโลก ทั้งนี้สองวันหลังจากที่ได้เข้าสู่วงโคจรแล้ว แผงเซลล์สุริยะของ GLAST ได้ถูกทดสอบให้หมุนเพื่อรับพลังงานแสงอาทิตย์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งผลการทดสอบประสบผลสำเร็จ นอกจากนี้โปรแกรมการควบคุมการทำงานฮีทเตอร์ (อุปกรณ์สร้างความร้อน) ได้ถูกทดสอบและประสบผลสำเร็จ ทั้งนี้อุปกรณ์สร้างความร้อนบน GLAST นั้นเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก เนื่องจากจะช่วยให้ GLAST ทำงานในสภาวะอากาศอันหนาวเย็นในอวกาศได้ โดย GLAST จะทำการสำรวจทั้งท้องฟ้าเป็นเวลาทุกๆ สามชั่วโมง

จรวด Delta II ถูกยิงสู่ท้องฟ้า เพื่อนำกล้องโทรทรรศน์ GLAST สู่อวกาศ
ที่มา : http://www.nasa.gov/mission_pages/GLAST/news/safe_orbit.html

กล้องโทรทรรศน์ GLAST ขณะการเตรียมการส่งโดยนาซา

จรวด DELTA II ที่พร้อมส่งกล้องโทรทรรศน์ GLAST

กล้องโทรทรรศน์ GLAST มีความสามารถในการสำรวจรังสีแกมม่าของสภาพแวดล้อม หรือวัตถุที่อยู่ห่างไกลออกไปในจักรวาล โดยนักวิทยาศาสตร์ตั้งความคาดหวังว่าการสำรวจดังกล่าวจะทำให้เราทราบถึงปรากฏการณ์อื่นๆ ที่เรายังไม่ทราบเกี่ยวกับหลุมดำ (Black holes) เพื่อการศึกษาสำหรับการพัฒนาสร้างกฎใหม่ๆ ทางฟิสิกส์

ทั้งนี้รังสีแกมม่าเป็นแสงที่มีพลังงานสูงที่สุด โดยรังสีแกมม่าในอวกาศหรือในบรรยากาศนั้นไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เจ้าหน้าที่นาซา ยังกล่าวต่ออีกว่า กล้องโทรทรรศน์ GLAST มีความสามารถตรวจจับแหล่งกำเนิดรังสีแกมม่าได้มากกว่า 1,000 แหล่ง โดยแหล่งกำเนิดรังสีแกมม่าส่วนใหญ่นั้นจะมาจากหลุมดำขนาดใหญ่มากที่อยู่บริเวณแกนกลางของกาแล็กซีที่อยู่ห่างไกลออกไป

โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาศึกษาในห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะทำให้เราทราบว่าหลุมดำทำให้อนุภาคเกิดความเร่งที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วใกล้แสงได้อย่างไร และยังทำให้ทราบถึงการกำเนิดของรังสีแกมม่าว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรด้วย

นักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับอนุญาตจากนาซาจะสามารถเข้าไปสังเกตการณ์ท้องฟ้าได้ที่หอดูดาวที่สามารถรับข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ GLAST ทั้งนี้นาซาคาดหวังว่า ข้อมูลดังกล่าวจะทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถหาคำตอบสำหรับคำถามที่เกี่ยวกับ pulsar (สนามแม่เหล็กความเข้มสูงที่ทำให้ neutron star เกิดการหมุน) และจุดกำเนิดของรังสีคอสมิก

GLAST ถูกส่งขึ้นไปแทนตำแหน่งของกล้องโทรทรรศน์ตัวเดิม (Compton Gamma Ray Observatory :ส่งเมื่อปี 1999) โดยกล้องโทรทรรศน์ตัวใหม่นี้จะมีความไวกว่ากล้องโทรทรรศน์ตัวเดิม 30 เท่า โดยอายุการใช้งานที่คาดหวังไว้เบื้องต้นคือ 5ปี แต่หากมีการเพิ่มเติมอุปกรณ์ใหม่ๆ ก็จะสามารถขยายการใช้งานไปได้ถึง 10ปี

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข่าววันที่ 15 กรกฎาคม 2551

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: space@mict.go.th