ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    การปลูกข้าวบนสถานีอวกาศนานาชาติ


จากการสำรวจโดยสถาบันด้านบริหารชั้นนำในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร IMD World Competitiveness Yearbook ประจำปี 2007 ได้เผยให้เห็นว่าประเทศไทยลงทุนเพียง 0.24 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP: gross domestic product) สำหรับงานวิจัยและพัฒนาในปี 2005 ในขณะที่มาเลเซียลงทุนมากกว่าไทยถึง 2.5 เท่า ในขณะที่ใต้หวัน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นลงทุนในด้านนี้มากกว่าไทยอย่างน้อย 10 เท่า ซึ่งผลการสำรวจนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่บ่งชี้ถึงประเทศไทยยังคงตามหลังอีกหลายๆ ประเทศในด้านการพัฒนาและวิจัย



อย่างไรก็ตาม มีหนึ่งโครงการที่ถ้าประสบสำเร็จแล้ว อาจจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อประเทศไทยได้ นั้นก็คือการปลูกข้าวในอวกาศ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช(NSTDA : National Science and Technology Development Agency) ภายใต้สังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้เปิดเผยว่ากำลังทำงานด้านการทดลองวิจัยการปลูกข้าวในอวกาศร่วมกับองค์การสำรวจอวกาศแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือแจ๊กซา (Japan Aerospace Exploration Agency : JAXA)



โดยในขณะนี้ได้มีการทำการทดลองในห้องปฏิบัติการของศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ หรือไบโอเทค (Biotec: National Genetic Engineering and Biotechnology Center) ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสวทช. โดยผู้อำนวยการศูนย์ไบโอเทคเปิดเผยว่า เรากำลังศึกษาปัจจัยต่างๆที่มีผลต่อการปลูกข้าวในอวกาศ อาทิเช่น ความเข้มของแสง ระยะเวลาของแสงสว่าง อุณหภูมิ ปริมาณความเข้มข้นของคาร์บอนไดอ็อกไซด์ และปริมาณการแผ่รังสีอัลตราไวโอเล็ตที่จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของข้าว

ทั้งนี้ ถ้าแจ๊กซายอมรับผลการศึกษานี้ โครงการปลูกข้าวไทยจะถูกเลือกให้เป็นโครงการทดลองในอวกาศ ณ ห้องทดลองคิโบของญี่ปุ่น ซึ่งมีความเป็นไปได้เร็วที่สุดภายในปี 2010 ซึ่งในการคัดเลือกนั้น แจ๊กซาจะพิจารณาว่าโครงการวิจัยใดที่จะก่อให้เกิดผลกระทบมากที่สุด

ดร.สุริยันต์ ฉะอุ่ม นักวิจัยแห่งศูนย์ไบโอเทค กล่าวว่า ตอนแรกนั้นเรายื่นเรื่องการปลูกดอกไม้ แต่ทางแจ๊กซาแจ้งว่าควรจะเป็นอะไรที่รับประทานได้ เนื่องจากจะก่อให้เกิดผลกระทบสูงสุด ดังนั้นเราจึงยื่นเรื่องเข้าไปใหม่ว่าจะเป็นโครงการปลูกข้าว ทั้งนี้ได้เตรียมศึกษาเมล็ดข้าว 4 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวพันธุ์ปทุมธานี 1 ข้าวขาวดอกมะลิ 105 ข้าวพันธุ์ กข. 6 (จากศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวจังหวัดปทุมธานี) และข้าวสายพันธุ์ญี่ปุ่น นอกจากนี้ ดร.สุริยันต์ ยังได้กล่าวถึงข้อจำกัดในการทำการทดลองว่า แชมเบอร์หรือตู้ทดลองที่จะส่งขึ้นไปบนสถานีอวกาศนั้นจะถูกจำกัดให้มีความสูงเพียง 10 เซนติเมตร ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องทำให้ข้าวของเราเติบโตภายใต้ความสูงที่ถูกกำหนดไว้ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะมีนักวิจัยชาวญี่ปุ่นเข้าร่วมด้วย



โดยเมื่อเดือนมีนาคม 2008 นาซาได้ส่งกระสวยอวกาศเอ็นเดฟเวอร์เดินทางไปเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติ ทั้งนี้เที่ยวบินดังกล่าวได้นำส่วนประกอบของห้องปฏิบัติการคิโบของญี่ปุ่นขึ้นไปติดตั้งบนสถานีอวกาศ ทั้งนี้นาซาเตรียมที่จะส่งกระสวยอวกาศอีกเที่ยวบินในวันที่ 31 พฤษภาคม 2008 เพื่อนำโมดูลความดันของคิโบขึ้นไปติดตั้งบนสถานีอวกาศ โดยที่มันจะเป็นห้องปฏิบัติการที่ใหญ่ที่สุด

ห้องปฏิบัติการคิโบ บนสถานีอวกาศนานาชาติ


ดร.สุริยันต์ ฉะอุ่ม ซึ่งเป็นนักวิจัยหลัก กล่าวว่าการทดลองพื้นฐานบนพื้นโลกในห้องปฏิบัติการก็เพื่อเป็นการค้นคว้าว่าเราจะทำการควบคุมสภาพแวดล้อมได้อย่างไรเพื่อให้ข้าวที่ปลูกในตู้ทดลองให้ผลผลิตได้ ทั้งนี้คงจะต้องพิจารณาผลของอุณหภูมิ ปริมาณของคาร์บอนไดอ็อกไซด์ และความชื้น นอกจากนี้ปัจจัยทางเคมีที่จะใช้เป็นสารอาหารและเพื่อจำกัดการเจริญเติบโตของข้าวให้เหมาะกับขนาดของตู้ทดลองแล้วเป็นปัจจัยที่จะต้องนำมาพิจารณา อย่างไรก็ตามดร.สุริยันต์ เชื่อว่าปริมาณความเข้มข้นของคาร์บอนไดอ็อกไซด์และน้ำตาลจะเป็นปัจจัยหลักในการทำการทดลอง

ขั้นตอนสู่อวกาศ
ดร.สุริยันต์ กล่าวว่าการทดลองในตู้ทดลองที่เราควบคุมสภาพแวดล้อมไว้นั้นจะคล้ายกับการทดลองบนสถานีอวกาศ โดยจะแตกต่างกันเพียงเรื่องสภาวะไร้น้ำหนักเท่านั้น ทั้งนี้ ดร.สุริยันต์ ได้ตั้งสมมุติฐานที่จะเห็นต้นข้าวออกดอกในสภาวะไร้น้ำหนัก ถ้าเราสามารถค้นคว้าจนทราบว่าปัจจัยอะไรที่เป็นตัวที่กระตุ้นให้ต้นข้าวออกดอกได้ หรือต้นข้าวเติบโตได้ในสภาวะดังกล่าว เราก็น่าที่จะกระตุ้นให้ต้นข้าวผลิตเมล็ดข้าวได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะช่วยผลผลิตได้ โดยช่วงเวลาเก็บเกี่ยวจะสั้นลงและการเก็บเกี่ยวจะถี่ขึ้น



ท้ายที่สุด ดร.สุริยันต์ได้แง่คิดที่ดี ซึ่งน่าจะสะท้อนบางสิ่งบางอย่างในแวดวงนักวิชาการ โดยกล่าวว่านักวิจัยบางท่านเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงในแวดวงนักวิทยาศาสตร์ในระดับนานาชาติ แต่ผู้คนในประเทศอาจจะไม่รู้จักเลย ก็เนื่องมาจากความรู้ความเชี่ยวชาญของท่านเหล่านั้นไม่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ตามความต้องการของแผ่นดินแม่ !!!

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ข่าววันที่ 25 พฤษภาคม 2551

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: space@mict.go.th