ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    เที่ยวบิน STS-123 กับภารกิจครั้งที่ 25 สำหรับสถานีอวกาศนานาชาติ


นาซาได้ส่งกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ เที่ยวบิน STS-123 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อ 11 มีนาคม พ.ศ. 2551 เพื่อปฏิบัติภารกิจที่สถานีอวกาศนานาชาติเป็นเวลา 16 วัน โดยมีนักบินอวกาศทั้งหมด 7 นาย ซึ่งมี 1 ใน 7 เป็นนักบินอวกาศจากองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่นหรือแจ็คซา (Japan Aerospace Exploration Agency : JAXA)


รูปที่ 1 นักบินอวกาศกับภารกิจเที่ยวบินที่ STS-123


ภารกิจหลักของเที่ยวบิน STS-123 ได้แก่
1) ติดตั้งส่วนเกี่ยวกับความกดอากาศ (Japanese Experiment Logistics Module Pressurized Section : ELM-PS) ซึ่งเป็นส่วนแรกในจำนวนทั้งหมด 3 ส่วนของห้องปฏิบัติการคิโบของประเทศญี่ปุ่น (Japanese Kibo Laboratory) ทั้งนี้ชื่อ "คิโบ" หมายถึง ความหวัง
2) นำส่งและติดตั้งหุ่นยนต์ของประเทศแคนาดา (Canadian Robotic Device) ซึ่งเรียกว่า Dextre
3) ภารกิจหรือปฏิบัติการภายนอกยานอวกาศ (Spacewalks) จำนวน 5 ปฏิบัติการ

จากการที่ห้องปฏิบัติการคิโบมีส่วนประกอบหลัก 3 ส่วน ดังนั้นจึงต้องอาศัยเที่ยวบินถึง 3 เที่ยวเพื่อลำเลียงส่วนประกอบทั้งหมด โดยคิโบจะถูกนำไปเชื่อมต่อที่ตำแหน่งด้านซ้ายของโนดฮาร์โมนี (Harmony Node) ของสถานีอวกาศ

ภาพจำลองกรณีที่ติดตั้งห้องปฏิบัติการคิโบเสร็จสิ้นแสดงดังรูปที่ 2 ซึ่งส่วนประกอบที่ 1 คือ ELM-PS เป็นส่วนที่เกี่ยวกับความกดอากาศ โดยจะถูกติดตั้งอยู่ด้านบน (สีฟ้า) ของห้องปฏิบัติการคิโบ


รูปที่ 2 ห้องปฏิบัติการคิโบ และตำแหน่งส่วนที่ 1 ELM-PS (รูปขวา)


แล้ว ELM-PS...เอาไว้ทำอะไร??
ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้าน มันก็คือที่เก็บของครับ โดยเอาไว้จัดเก็บวัตถุตัวอย่าง หรืออุปกรณ์สำรองสำหรับการทดลอง และยังเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการทดลองเกี่ยวกับความโน้มถ่วงต่ำ โดยความกดอากาศภายในจะถูกปรับให้มีสภาวะแวดล้อมที่นักบินอวกาศสามารถเคลื่อนไหวได้เป็นอิสระมากขึ้นโดยไม่ต้องสวมเสื้อคลุมใดๆ ห้องปฏิบัติการคิโบนี้เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงสิ่งเดียวบนสถานีอวกาศที่มีพื้นที่เก็บของเป็นของตัวเอง

รูปที่ 3 ส่วนประกอบที่ 1 ELM-PS

ELM-PS มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกยาว 4.2 เมตรเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก 4.4 เมตร ภายใน 4.2 เมตร น้ำหนัก 8,387 กิโลกรัม ต้องการกำลังไฟฟ้า 3 กิโลวัตต์ /120 โวลต์กระแสตรง(VDC) อุณหภูมิภายใน 18.3-29.4 องศาเซลเซียส และความชื้นภายใน 25-70 เปอร์เซ็นต์ อายุการใช้งาน 10 ปี


รูปที่ 4 กระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์จอดเทียบสถานีอวกาศ ขณะจับยึด ELM-PS เพื่อติดตั้งไว้ก่อนชั่วคราว
(หลังจากนั้นจึงค่อยนำมาประกอบกับส่วนประกอบที่เหลือในอนาคต)


Dextre...ลูกพี่ใหญ่ของหุ่นยนต์อวกาศ
หุ่นยนต์อวกาศ Dextre พัฒนาโดยองค์การอวกาศแห่งชาติแคนนาดา (Canadian Space Agency : CSA) มีหน้าที่ทำงานส่วนใหญ่อยู่ที่ภายนอกสถานีอวกาศ โดยมีความสามารถที่จะสร้าง ติดตั้ง หรือซ่อมบำรุงตัวสถานีอวกาศแทนนักบินอวกาศ เพื่อลดความเสี่ยงให้กับนักบินอวกาศจากการแผ่รังสี และเศษวัตถุอวกาศ


รูปที่ 5 Dextre : หุ่นยนต์สองแขน


Dextre มีลักษณะเป็นหุ่นยนต์สองแขน จากรูปที่ 5 แขนแต่ละข้างจะประกอบด้วยข้อต่อ (joint) 7 ส่วนเพื่อ ให้สามารถเคลื่อนไหวให้ได้มากที่สุด โดยเป็นข้อต่อของไหล่ 3 ส่วน ข้อศอก 1 ส่วน และข้อมือ 3 ส่วน

ในระหว่างปฏิบัติงาน Dextre จะใช้แขนข้างหนึ่งยึดจับไว้กับสถานีอวกาศ แขนอีกข้างจะเอาไว้ทำงาน ซึ่งทำให้มีความมั่นคงและยังป้องกันไม่ให้แขนทั้งสองข้างเกิดการกระทบหรือชนกัน ที่ข้อมือของ Dextre จะมีระบบตรวจจับแรง ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ทำให้ Dextre รู้ว่าจะต้องใช้แรงต่อการดึง การผลัก การบิด มากน้อยเพียงไร ซึ่งเป็นการป้องกันวัตถุที่ถูกจับมิให้เกิดการแตกหัก ส่วนปลายแขนจะเป็นกลไกของการเชื่อมต่อกับเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้หุ่นยนต์สามารถใช้แขนได้หลากหลายตามชนิดเครื่องมือที่นำมาต่อ เครื่องมือต่างๆ ที่ว่านี้คือ Orbital Replacement Units

ตัวหุ่นยนต์จะมีระยะความกว้างของช่วงไหล่สองข้าง 2.37 เมตร แขนแต่ละข้างยาว 3.5 เมตร น้ำหนัก 1,560 กิโลกรัม สามารถเคลื่อนย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักถึง 600 กิโลกรัม โดยมีความแม่นยำในการเคลื่อนที่ 2 มิลลิเมตร

หุ่นยนต์ Dextre ทำงานร่วมกับ Canadarm2 ซึ่งเป็นแขนกลขนาดใหญ่ที่ถูกติดตั้งบนสถานีอวกาศเมื่อปี 2544 และระบบฐานเคลื่อนที่ที่ถูกติดตั้งเมื่อปี 2545 ซึ่งระบบฐานเคลื่อนที่นี้มีลักษณะเป็นรถรางที่เคลื่อนย้ายแขนกล Canadarm2 ไปตามรางที่ทอดยาวตลอดสถานีอวกาศได้ โดยที่ Dextre เป็นส่วนเพิ่มเติมชิ้นสุดท้าย ที่เคลื่อนที่ไปทำงานตามจุดต่างๆ ได้ด้วยแขนกล Canadarm2 โดย Canadarm2 จะจับส่วนหัวของ Dextre เอาไว้


รูปที่ 6 Canadarm2 กำลังจับส่วนหัวของ Dextre เพื่อนำไปยังบริเวณที่ต้องปฏิบัติงาน


นักบินอวกาศที่ปฏิบัติงานอยู่ในสถานีอวกาศหรือศูนย์ควบคุมบนพื้นโลกสามารถสั่งงาน Dextre ได้ ทั้งนี้เพื่อให้นักบินอวกาศมีเวลาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในห้องทดลองมากยิ่งขึ้น นี่คือส่วนหนึ่งของความฉลาดของมนุษย์ต่อการพัฒนากิจการอวกาศ ถึงตอนนี้ผมรู้สึกอยากให้มีคนไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานของสถานีอวกาศนานาชาติบ้างจังครับ เพราะคนไทยที่เก่งและฉลาดก็มีอยู่หลายคนทีเดียว ฉบับนี้ขอลาไปล่ะครับ พบกันฉบับหน้าครับ!!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กระสวยอวกาศ ภารกิจเที่ยวบิน STS-124

กิจการอวกาศยุโรปกับภารกิจของโคลัมบัส

เอกสารอ้างอิง

ข่าววันที่ 01 พฤษภาคม 2551

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: space@mict.go.th