ศูนย์รวมความรู้

กระทรวงเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร

รายละเอียดแนวทางการพัฒนากิจการอวกาศ
ของประเทศไทย
 


หน่วยงานในสังกัดกระทรวงไอซีที












<< เชื่อมโยงเว็บไซต์ >>

  หน้าหลัก \ ข่าวอวกาศ

    ทำลายดาวเทียมจารกรรม USA-193


เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ดาวเทียมจารกรรมของสหรัฐอเมริกา USA-193 (Spy Satellite USA-193 หรือรู้จักกันในนาม NROL-21 หรือเรียกสั้นๆ ว่า L-21) ได้ถูกยิงด้วยจรวดขีปนาวุธจากเรือรบเลคอีรี (USS Lake Erie) ที่กำลังปฏิบัติการอยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะฮาวาย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าซากของดาวเทียมจะตกลงมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกภายในสองสัปดาห์ ซึ่งผู้คนทั่วไปไม่สามารถทราบได้เลยว่า ถังเชื้อเพลิงของดาวเทียมซึ่งบรรจุสารพิษไฮดราซีน (Hydrazine) จะถูกทำลายเนื่องจากจรวดขีปนาวุธหรือไม่



ดาวเทียมจารกรรม USA-193 ถูกส่งเข้าสู่วงโคจรโดยจรวดเดลต้า 2 (Delta II) ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2549 ที่ฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก (Vandenberg Air Force Base) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยหลังจากที่เข้าสู่วงโคจรได้ไม่นาน ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินก็ไม่สามารถควบคุมดาวเทียม USA-193 ได้ อีกทั้งไม่สามารถแก้ไข ให้ดาวเทียมกลับมาทำงานเป็นปกติได้

ดาวเทียม USA-193 ทำหน้าที่อะไร
การออกแบบและวัตถุประสงค์ของภารกิจที่แท้จริงของ USA-193 นั้น ถูกปิดเป็นความลับ แต่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ามีกล้องถ่ายภาพที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งสามารถถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูงมาก โดยใช้เพื่อสอดแนมให้กับเอ็นอาร์โอ (NRO: National Reconnaissance Office) ซึ่งเป็น "หน่วยสืบความลับ" สังกัดหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของวอชิงตัน ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ

แล้วมันจะตกลงมายังโลกเมื่อไรและที่ไหน
ดาวเทียม USA-193 ถูกยิงแตกเป็นเสี่ยงๆด้วยจรวดขีปนาวุธเอสเอ็ม-3 (SM-3 : Standard Missile-3) แล้ว ซากของดาวเทียมจะตกลงสู่โลกเป็นบริเวณกว้างภายในสองสัปดาห์ โดยเมื่อซากชิ้นส่วนเข้าใกล้โลกประมาณ 100 กิโลเมตร จะเสียดสีกับชั้นบรรยากาศและลุกไหม้ โดยบางชิ้นส่วนอาจจะถูกเผาไหม้ไม่หมด


ตำแหน่งความสูงของ USA-193 (เทียบกับระดับน้ำทะเลในหน่วยกิโลเมตร) ที่ช่วงเวลาแต่ละเดือนก่อนที่จะถูกยิงตก


สำนักข่าวบีบีซี ประเทศอังกฤษรายงานว่า การยิงจรวดขีปนาวุธไปปะทะดาวเทียมตามแนวโคจร ซึ่งแสดงตามภาพด้านล่าง สามารถอธิบายรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดใน 5 บริเวณตามรูปภาพ คือ



(1) จรวดขีปนาวุธเอสเอ็ม-3 ได้ถูกยิงจากเรือรบสหรัฐเลคอีรีที่ลอยลำอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก (หมายเหตุ จรวดขีปนาวุธเอสเอ็ม-3 เป็นอาวุธของระบบต่อต้านขีปนาวุธของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบไว้สำหรับยิงขีปนาวุธรัศมีทำการไกลของข้าศึก มิใช่สำหรับยิงดาวเทียมเลย สหรัฐฯได้ดัดแปลงจรวดและระบบหาเป้าหมายของจรวดสำหรับการยิงดาวเทียมจารกรรมครั้งนี้)

(2) จรวดขีปนาวุธพุ่งไปสู่เป้าหมาย ณ ตำแหน่งที่จะเกิดการปะทะกับดาวเทียม ซึ่งความเร็วจะอยู่ที่ประมาณ 9.83 กิโลเมตรต่อวินาทีหรือ 35,388 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

(3) ดาวเทียมเคลื่อนที่ไปยังตำแหน่งที่อยู่ในช่วง ความสูงจากระดับน้ำทะเล 247 กิโลเมตร หรือ 133 ไมล์ทะเล ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใกล้กับขอบของชั้นบรรยากาศของโลก

(4) จรวดขีปนาวุธปะทะดาวเทียมโดยมีวัตถุประสงค์คือการทำให้ถังเชื้อเพลิงของดาวเทียมแตกออก เพื่อให้สารไฮดราซีนถูกปล่อยกระจายตัวออกสู่อวกาศ

(5) เป็นบริเวณที่เศษซากชิ้นส่วนที่เกิดจากการปะทะถูกเผาไหม้ แต่คาดว่าบางส่วนที่ไม่ทราบจำนวนแน่นอน กระจายเป็นบริเวณกว้างนับร้อยๆ กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคาดว่า 50% ของเศษซาก จะตกลงมายังโลกภายใน 15 ชั่วโมงหลังจากดาวเทียมถูกปะทะ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านอวกาศกล่าวว่า "ถ้าดาวเทียมถูกปะทะด้วยจรวดขีปนาวุธ คาดว่าชิ้นส่วน 25% ของดาวเทียมก็น่าจะกู้กลับมาได้ แต่ถ้ามันเป็นชิ้นส่วนที่มีขนาดเล็กมาก มันก็จะถูกเผาไหม้จนหมดในระหว่างที่ตกลงมายังโลก"

มีอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่
ความเสี่ยงต่อผู้คนบนโลกมีน้อยมาก เพราะว่าจรวดขีปนาวุธได้ทำให้ดาวเทียมแตกเป็นเสี่ยงๆ เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย อีกทั้งพื้นที่ 2 ใน 3 ของโลกเป็นพื้นน้ำ ดังนั้นชิ้นส่วนของดาวเทียม(หลังการปะทะ)จะถูกเผาไหม้อยู่เหนือชั้นบรรยากาศของโลก โดยมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะมีชิ้นส่วนตกลงมาโดนผู้คนบนพื้นโลก สำหรับสิ่งที่เป็นอันตราย คือ ถังเชื้อเพลิงไฮดราซีนซึ่งเป็นสารพิษ เราก็ได้แต่หวังว่า ถังดังกล่าวจะถูกทำลายโดยจรวดขีปนาวุธและสารดังกล่าวจะกระจายตัวในอวกาศในที่สุด

นี่คือเหตุผลหลักที่รัฐบาลสหรัฐต้องการยิงดาวเทียมด้วยจรวดขีปนาวุธ แม้ว่าส่วนหนึ่งของเหตุผลที่หลายคนเชื่อก็คือ การแสดงแสนยานุภาพตอบโต้ต่อจีนในกรณีที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2007 จีนได้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลางที่ติดตั้งระบบทำลายดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ เพื่อทำลายดาวเทียมสำรวจสภาพอากาศเฟิง หยุน 1 ซี ของจีนเองที่หมดอายุใช้งาน ที่ระดับความสูงจากพื้นโลก 865 กิโลเมตร

นี่แหละหนา "การถ่วงดุลอำนาจ !!"

เอกสารอ้างอิง

ข่าววันที่ 15 มีนาคม 2551

กลับไปด้านบน


copyright © 2016 กองโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีดิจิทัล สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
ชั้น 7 อาคาร B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ 0-2141-6877 โทรสาร 0-2143-8027 e-mail: space@mict.go.th